วันนี้ว่างๆมาคุยกันเรื่องการลงทุน และแน่นอนสำหรับผมหุ้นนั้นเป็นตัวเลือกอยู่ในขณะนี้เพราะมีหลายอย่างที่ได้จากการมาลงทุนในหุ้น ผมเป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการเงินเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นผมจึงไม่มีอคติหรือความคิดใดๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจในตอนแรกที่เข้ามาในวงจรนี้ ผมเลือกที่จะมองการลงทุนตามธรรมชาติที่มันเป็น ผมคิดว่าถ้าผมมองแบบที่ผมคิดว่ามันจะเป็นผมจะติดกับดักตัวเอง ผมมองดูมันเดินไปตามเส้นทางของมันวันแล้ววันเหล่า แล้วคอยหาจังหวะที่คิดว่าจะสร้างโอกาสที่ดีให้เราได้ แน่นอนมีความเสี่ยงอย่างมากมายรอคอยเราอยู่ ผมเลือกที่จะลงทุนในบริษัทที่เข้าใจได้ง่ายๆตามคนบ้านๆแบบผม เพราะผมไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ ผมเลือกจะซื้อหุ้นง่ายๆแบบ AIS MCOT CPALL เพราะมันเป็นอะไรใกล้ๆ AIS ก็เป็นเรื่องมือถือซึ่งเป็นเจ้าแรกและผมมองแล้วว่าจุดเด่นของ AIS และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ยี่ห้อคือ ความแรงของคลื่นและจุดนี้เอง ง่ายๆแต่ใช้ได้ดีในการใช้มือถือของคนไทย MCOT ผมก็ฟัง SeeD กับเห็นรายการ The Star และก็โครงสร้างบางอย่างอีกนิดหน่อย แน่นอนการสื่อสารในประเทศไทยยังมีการแข่งขันอีกสูง โดยเฉพาะการชิงพื้นที่บนอินเตอร์เน็ต ผมมองว่า SociaL NetworK ในอนาคตจะสามารถสร้างการโฆษณาที่มีคุณภาพได้ แต่ถามว่าบริษัทไหนจะสามารถโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตได้ดีหรือไม่นั้นวัดจากอะไร ผมเข้าไปเล่นอินเตอร์เน็ตไม่ได้ต้องการดูโฆษณา ผมจึงคิดว่าการหารายได้จากการโฆษณาในอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ง่ายทีเดียว และแน่นอนบางที่มันอาจย้อนกลับสู่พื้นฐานหรือก็คือ การโฆษณาบนทีวี คุณลองไปหาดูสิว่าใครได้ประโยชน์มากที่สุด Cpall 7/11 เรานั้น หากคุณเป็นคนในเมืองกรุง คุณอาจคิดว่ามันก็มีเยอะเต็มไปหมดแล้วนิ งั้นผมถามเพิ่มอีก 1 คำถาม เราลองมองทำเลที่มี 7/11 นั้น เป็นทำเลที่ดีและต้องมีลูกค้าเข้าเยอะ เพราะนั้นจะกลายเป็นการสร้างให้คนเข้าตามๆกันไป ไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนๆ จะว่าเป็นการมองทำเลตามหลักฮวงจุ๊ยด้วยรึป่าววน๊า ผมก็ยังเคยสงสัยอยู่น๊ะ แต่ผมการันตีได้เลยว่ายังมีอีกหลายท้องที่ในประเทศไทยที่ยังไม่มี 7/11 ส่วนมากเราจะเห็นในเขตเมืองกรุง หรือ จุดเจริญต่างๆ
แน่นอนการลงทุนมีความเสี่ยงอย่ามองอะไรแต่ด้านเดียวเราต้องมองหลายๆด้าน มองไปตามธรรมชาติของมัน หุ้นที่ผมกล่าวถึงข้อดี ใช่มันก็อาจจะดีแต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีข้อเสียเราต้องไปศึกษากันต่อๆไป สิ่งหนึ่งที่ผมทำอยู่ตลอดเวลาสำหรับการลงทุนนั้นง่ายแต่ไม่หมู คือ อย่าขาดทุนและอย่าแพ้ใจตัวเอง
ปล.ที่ผมโพสต์บทความลงไปนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ^^
บันทึกการเดินทางของผมครับ เส้นทางนี้ต้องใช้เวลาพิสูจน์กันอีกนาน !!ท้อได้แต่อย่าถอยคับ ขอให้ทุกคนโชคดีในการลงทุน
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
รวม FB ต่างๆของเพื่อนนักลงทุน ^^
จัดเรท 1 สำหรับผมมาก่อนเลย
1.Pawawit
2.ThInvestForum
3.iSalarymanTrader
4.maoinvestor
5.ThaiStockTechnical
6.mangmaoclub
พอหอมปากหอมคอครับ อันนี้เฉพาะ FB ลองเขาไปดูแนวคิดในนี้นะครับ เอาไว้ศึกษากันไป
1.Pawawit
2.ThInvestForum
3.iSalarymanTrader
4.maoinvestor
5.ThaiStockTechnical
6.mangmaoclub
พอหอมปากหอมคอครับ อันนี้เฉพาะ FB ลองเขาไปดูแนวคิดในนี้นะครับ เอาไว้ศึกษากันไป
เทรดเป็นระบบ Simple But not Easy
ผมคงไม่แนะนำหุ้นเป็นตัวๆไปนะครับ เพราผมคิดว่า ต่างคนต่างสไตล์ครับ เราไม่สมควร ลอกเลียน กัน ^^
วันนี้เราแนะนำสำหรับคนที่ยังงงๆว่าจะเล่นหุ้นยังไงดีผมแนะนำว่าถ้า ณ ตอนนี้ ท่านยังงงๆอยู่ ผมขอให้
1.อย่าเล่นหุ้นตามข่าว ที่ไม่มีมูลเหตุของความจริง
2.อย่าเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรโดยไม่มีข้อมูลใดๆเลย
3.ถ้าท่านยังงงอยู่ ณ ตอนนี้ พื้นฐานก็ยังไม่ไหว เทคนิค ไม่รอด ให้เล่นหุ้นตามระบบครับ
เทรดตามระบบในความหมายของผมคืออะไร
คือ การเทรดโดยผ่านทางสัญญาณทางเทคนิค อาจจะงงว่าเขาใช้ยังไง เขามีบอกครับ ^^ และแน่นอนส่วนมากได้ครับประมาณ 70 % แต่ปัญหาคือ ความกลัว กับ โลภ ถ้ายังตัดสองตัวนี้ ไม่ได้ผมแนะนำให้ลองศึกษาไปก่อนครับ อย่าเพิ่งเข้ามาลงทุนหรือเล่นในตลาดหุ้นเลย
- ผมแนะนำเป็นหุ้นใน set100 นะครับ เอากันง่ายๆนะครับ โดยตัดกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาผันผวนหนักออกไป น้ำมัน+ยาง (โรงกลั่นไม่เกี่ยว)
- ณ ตอนนี้ ผมซึ่งก็มือใหม่ขิงๆ เทรดหุ้นตามระบบผ่านเว็ป E-finance นะครับ โดยถ้าหุ้นที่ผมถือวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมจะปล่อยให้เดินไปตามธรรมชาติของ หรือ ปล่อยกำไรมันวิ่งไป ( Run profit ) ในขณะที่ถ้ามันวิ่งลงโดยมีสัญญาณขายผมก็จะขาย แม้รู้ว่าพื้นฐานมันยังไม่สะท้อนผมก็ยังตัดใจขาย ( ไม่นับการถือหุ้นแบบ VI นะครับ )
ณ ปัจจุบัน ผม ถือหุ้น 5 ตัว คือ 1.Advanc 2.Rs 3.Mcot 4.Kbank 5.KK
ผมไม่เก่งนะครับเสียมาก็เยอะแต่ที่มีอยู่นิ ถือ หุ้นผู้รอดตาย อิๆ ที่ผมเลือกหุ้นพวกนี้ เพราะผมว่ามันเข้าใจง่ายดีๆ Simple But not Easy ^^
เพื่อนๆท่านใดเข้ามาอ่านแล้วไม่พอใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ^^
วันนี้เราแนะนำสำหรับคนที่ยังงงๆว่าจะเล่นหุ้นยังไงดีผมแนะนำว่าถ้า ณ ตอนนี้ ท่านยังงงๆอยู่ ผมขอให้
1.อย่าเล่นหุ้นตามข่าว ที่ไม่มีมูลเหตุของความจริง
2.อย่าเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรโดยไม่มีข้อมูลใดๆเลย
3.ถ้าท่านยังงงอยู่ ณ ตอนนี้ พื้นฐานก็ยังไม่ไหว เทคนิค ไม่รอด ให้เล่นหุ้นตามระบบครับ
เทรดตามระบบในความหมายของผมคืออะไร
คือ การเทรดโดยผ่านทางสัญญาณทางเทคนิค อาจจะงงว่าเขาใช้ยังไง เขามีบอกครับ ^^ และแน่นอนส่วนมากได้ครับประมาณ 70 % แต่ปัญหาคือ ความกลัว กับ โลภ ถ้ายังตัดสองตัวนี้ ไม่ได้ผมแนะนำให้ลองศึกษาไปก่อนครับ อย่าเพิ่งเข้ามาลงทุนหรือเล่นในตลาดหุ้นเลย
- ผมแนะนำเป็นหุ้นใน set100 นะครับ เอากันง่ายๆนะครับ โดยตัดกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาผันผวนหนักออกไป น้ำมัน+ยาง (โรงกลั่นไม่เกี่ยว)
- ณ ตอนนี้ ผมซึ่งก็มือใหม่ขิงๆ เทรดหุ้นตามระบบผ่านเว็ป E-finance นะครับ โดยถ้าหุ้นที่ผมถือวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมจะปล่อยให้เดินไปตามธรรมชาติของ หรือ ปล่อยกำไรมันวิ่งไป ( Run profit ) ในขณะที่ถ้ามันวิ่งลงโดยมีสัญญาณขายผมก็จะขาย แม้รู้ว่าพื้นฐานมันยังไม่สะท้อนผมก็ยังตัดใจขาย ( ไม่นับการถือหุ้นแบบ VI นะครับ )
ณ ปัจจุบัน ผม ถือหุ้น 5 ตัว คือ 1.Advanc 2.Rs 3.Mcot 4.Kbank 5.KK
ผมไม่เก่งนะครับเสียมาก็เยอะแต่ที่มีอยู่นิ ถือ หุ้นผู้รอดตาย อิๆ ที่ผมเลือกหุ้นพวกนี้ เพราะผมว่ามันเข้าใจง่ายดีๆ Simple But not Easy ^^
เพื่อนๆท่านใดเข้ามาอ่านแล้วไม่พอใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ^^
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
พร้อมรึยัง - -"
หนักจัดๆ สัปดาห์หน้าจากบทวิเคราะห์ทุกสำนักเขาว่ากันว่าดิ่งเหวชัวร์ ผมก็ว่ามันดิ่งเหวแน่ๆ แล้วเด่วเรามารอดูกันว่าจะเป็นยังไงต่อไป อิๆ ( คิดดูไอตัวที่ใช้น้ำมันผลิต ราคาน้ำมันลด ราคามันน่าจะวิ่ง แต่แม่งลบหนักจัดๆเลย 555 ) ว่าไปครับ
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ไม่ไหวจะเคลียร์
สำหรับช่วงที่หายไปบอกตรงๆไม่ไหวจะเคลียร์ ตลาดหุ้นแดงกระจายครับ เริ่มจากวันแรกที่ นายชัด ชิดชอบ ประกาศเรื่อง นายก อภิสิทธิ์ฯ ยื่นทูลเกล้ายุบสภาแต่เมื่อประมาณ 16.00 น. นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้ยื่นทูลเกล้าทำให้ ตลาดหุ้นปิดลงมา 20 จุด ได้ ไม่พอหลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์ สหรัฐออกแถลงการณ์การเสียชีวิตของนาย บิน ลาเดน หัวกลุ่มอะกออิดะ พร้อมกับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศออกมา ทำให้ค่าดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย คือการตกลง ของสินค้าโภคภัณฑ์ นำมาโด่งด้วยโลหะเงิน ทอง และทีเด็ดน้ำมัน เรียกว่าหลังจากนั้นกลุ่มพลังงานลงแบบเละเป็นโจ๊กเลย ว่าปายนั้น จาก 120 ดอล/บาร์เรล กว่า ลงมา 90 ปลายๆ ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ขอให้สู้ๆครับ ^^
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค ผ่าน Internet
ในวันหยุดที่เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะยังมีอาการควันหลงหรือเมาหมัดจากตลาด ที่ผันผวนไปมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้เรา ผมจึงได้ลองไปศึกษาเครื่องมือทางเทคนิคจากเวปต่างๆทั้งในและต่างประเทศครับง่ายๆ ลอง Search ใน Google , Youtube ก็ได้ในเมืองไทยก็มีน๊ะ แต่เหตุผลที่ผมไปศึกษาเวปต่างประเทศเพราะคิดว่าน่าจะมีหลากหลายมากกว่าและเราอาจจะได้ข้อคิดดีๆด้วยอย่างผมก็ดูใน Youtube และในเวป อาทิ StocK สำคัญที่สุดเลยคือ ยังไงเราก็ต้องรู้ตัวเราเองก่อนครับ ^^
ปล.ผมใช้เทคนิค หรือที่เขาเรียกว่า Technical Analysis ในการหาจังหวะเข้าซื้อหรือ Timing สำหรับวิธีดูของผมง่ายๆ ครับ 3 ตัว คือ
1.MacD ตัดขึ้น สำหรับผมไม่ต้องขึ้นมากนะครับ เอาแค่กำลังตัดขึ้นน๊ะสำหรับผม ( ชอบลอง อิๆ )
2.Stochastic ลงมาต่ำกว่าระดับ 30 แล้วหักขึ้น หรือหักเป็นตัว V แล้วตัดขึ้น
3.Ema 5 10 เส้น Ema 5 ตัดเส้น 10 ลงมาแต่ยังไม่ตัดเส้น 25 แล้วตัดขึ้นพร้อมสัญญาณสองตัวด้านบน
4.Volume ที่มากกว่าปกตินิดหน่อย ^^
ผมก็ง่ายๆครับแค่นี้ สำหรับผมเน้นหุ้นพื้นฐานอิงการบริโภคภายในประเทศ เพราะ เขาทำสงครามกันอยู่ไม่รู้พี่หรั่งแกจะทุบหรือเปล่าเด่วงานเข้าอีก แต่ก็รอซื้อหุ้นที่แดงเทือกอยู่นะครับ แต่มันเยอะเหลือเกินไม่รู้จะซื้อตัวไหนดี T_T ก็รอจังหวะแบบที่บอกไปแหละครับมีแค่นี้เอง
ปล.ผมใช้เทคนิค หรือที่เขาเรียกว่า Technical Analysis ในการหาจังหวะเข้าซื้อหรือ Timing สำหรับวิธีดูของผมง่ายๆ ครับ 3 ตัว คือ
1.MacD ตัดขึ้น สำหรับผมไม่ต้องขึ้นมากนะครับ เอาแค่กำลังตัดขึ้นน๊ะสำหรับผม ( ชอบลอง อิๆ )
2.Stochastic ลงมาต่ำกว่าระดับ 30 แล้วหักขึ้น หรือหักเป็นตัว V แล้วตัดขึ้น
3.Ema 5 10 เส้น Ema 5 ตัดเส้น 10 ลงมาแต่ยังไม่ตัดเส้น 25 แล้วตัดขึ้นพร้อมสัญญาณสองตัวด้านบน
4.Volume ที่มากกว่าปกตินิดหน่อย ^^
ผมก็ง่ายๆครับแค่นี้ สำหรับผมเน้นหุ้นพื้นฐานอิงการบริโภคภายในประเทศ เพราะ เขาทำสงครามกันอยู่ไม่รู้พี่หรั่งแกจะทุบหรือเปล่าเด่วงานเข้าอีก แต่ก็รอซื้อหุ้นที่แดงเทือกอยู่นะครับ แต่มันเยอะเหลือเกินไม่รู้จะซื้อตัวไหนดี T_T ก็รอจังหวะแบบที่บอกไปแหละครับมีแค่นี้เอง
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
รู้จักกับตัวเองก่อน เข้าสนามรบ ^^
วันนี้ว่างๆครับวันศุกร์ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเขาเลยมานั่ง เขียนบทความเผื่อจะมีคนเข้ามาอ่านครับ ^^ วันนี้ผมขอนำเสนอหัวข้อ การรู้จักกับตนเอง คือรู้ว่าตัวเองมีลักษณะนิสัยอย่างไรอ๊าครับ เหมือนที่เขาบอกรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ก่อนอื่นเรามารู้เราก่อนดีกว่า ซึ่งสิ่งที่เราจะต้องรู้ก่อนลงทุนเลย ( ไม่งั้นอาจเกิดอาการเมาหมัดได้นะครับผมขอเตือน ฮ่าๆ เพราะโดนมาแล้ว อิๆ ) ผมแนะนำให้ไปหาหนังสืออ่านนะครับซึ่งก็มีอยู่แยะแต่ที่แนะนำแบบ มาตรฐานง่ายๆหน่อย ก็ของ ตลาดหลักทรัพย์ครับมีทั้งหมด 4 เล่ม ค่อยๆอ่าน งั้นผมขอย่อมาเป็นหัวข้อให้น๊ะ เผื่อเราจะได้กลับไปคิดบ้างว่าเราเหมาะกับการลงทุนประเภทใด
ก่อนที่ต้องดู คือ ปัจจัยพื้นฐานง่ายๆ ครับ
1.อายุ , สภาพร่างกาย , สถานภาพ
- แน่นอนคนเรายิ่งอายุเยอะก็ยิ่งต้องสมควรเก็มหอมรอมริบไว้บ้าง เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินไหนจะครอบครัว ภรรยาและลูกๆ อีก ดังนั้นส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากขึ้น เราสมควรจะลดสัดส่วนที่จะมาลงทุน ไม่ว่าแบบใด ให้น้อยลงนะครับหรือบางคนชอบ เทหน้าตักก็แล้วแต่ศรัทธา
- สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงเสมอคือ เรื่องของสุขภาพทั้งทางกายและทางใจครับ ยิ่งเรามีสุขภาพที่ดีก็จะได้ทำอะไรได้สะดวกครับ เพราะฉะนั้นต้องใส่ใจอย่างน้อยถ้าไม่ออกกำลังกายก็ต้องเลือกกินอาหารให้ถูกหลักตามที่ร่างกายแต่คนควรได้รับ ( บางคนเลือกเวลานอนไม่ได้ ผมเลยไม่ขอพูดถึง )
- จำไว้เลยว่าสิ่งที่ราคาแพงที่สุดในโลก คือ เวลา ครับ จำไว้ให้ดีเลย ^^ ส่วนใครจะคิดอย่างอื่นก็แล้วแต่นะครับ ผมไม่ขัดศรัทธา
สรุป ถ้าเรายังไม่มีภาระใดๆก็สามารถลงทุนได้แบบเทหน้าตัก รักหมดใจ ( แบบผมนี้ไง ) แต่ผมเหลือเงินสำรองไว้ส่วนนึงนะครับ ^^ ( เผื่อเที่ยว อิๆ )
2.ทัศนคติ(ความถนัด)
นั้นหมายถึงนิสัย การวิเคราะห์ของเราครับ ว่าเราเป็นถนัดด้านไหน ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆคือ
2.1 การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
2.2 การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ตัวนี้ผมไม่ขอพูดถึงแล้วกัน ผมเชื่อว่าเพื่อนๆทุนคนเมื่อมีความสนใจในด้านการลงทุนแล้วยอมต้องมีหมั่นเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างแน่นอน ดังนั้นอันนี้ทางใครทางมันครับแล้วแต่ถนัด แต่ผมซึ่ง เป็น"มือใหม่หัดขับ" เรียกว่าป้ายแดงไม่มีใบขับขี่เลยก็ยังได้ ผมถนัดทางเทคนิค มากกว่าแต่ผมก็ดูปัจจัยพื้นฐานซึ่งจะเน้นในเรื่องของ Growth และรูปแบบสินค้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเป็นหลัก ก็แล้วแต่คนถนัด ผมเลือกหุ้นจากพื้นฐาน หาจังหวะเข้าจากเทคนิคครับ ( Timing ) ^^ ปล.ผมสายผสม
3.แนวโน้มการลงทุน ( นิสัย )
พูดง่ายๆก็คือ วิธีการเล่นครับ เราชอบถือยาว หรือถือสั้น หรือเป็นแบบเห็นหุ้นแดง ต้นทุนติดลบแล้วใจสั่นๆแบบ ( ผมรึป่าว อิๆ ) ว่ากันไปครับ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแบบไหนน๊ะครับ ให้มองของการกระทำของเราเป็นหลัก เพราะปกติคนเราชอบคิดว่า ตัวเองเก่งแบบ Warren Buffet หรือคนดังๆ แต่จิงๆไม่เลย เชื่อผมสิว่าไม่เลยน้อยคนมากที่จะทำแบบนั้นได้
ดังนั้นเราจึงต้องเลือกหุ้นให้เข้ากับนิสัยเรา อย่างผมเป็นพวกใจร้อน ( แต่ไม่ขนาดซื้อมาขายไปวันเดียวน๊ะ ) แต่ค่อนข้างจะมั่งคงหน่อย คือ ใจมันร้อนแต่สมองมันยังนิ่งอะครับ ผมจะเป็นพวกเล่นเป็นรอบๆไป ยกเว้นตัวไหนที่มันไปแน่ๆ พวกที่มันเขียวตั้งแต่วันแรกที่ซื้อแล้วก็ขึ้นไปเรื่อยๆนี้ ผมไม่ขายนะครับ ขี้เกียจมาดูรอบมัน ^^ ( แต่ประสบการณ์ผมยังน้อยไม่รู้จะโดนใจท่านทั้งหลายบ้างไหม
สุดท้ายถ้าท่านทั้งหลายเล่นแล้วได้กำไรก็คงมีความสุข ถ้าขาดทุนก็คงเซ็งไปตามๆกัน แต่ผมไม่รู้แปลกคนอะป่าว ผมชอบดูหุ้น ศึกษาหุ้นดูไปเรื่อยๆผมว่ามันมีความสุขดีน๊ะ ^^ ( แต่ตอนนี้ผมยังไม่ขาดทุนน๊ะ ถึงจะโดนไปหลายดอกก่อนกลับมาได้ )
ก่อนที่ต้องดู คือ ปัจจัยพื้นฐานง่ายๆ ครับ
1.อายุ , สภาพร่างกาย , สถานภาพ
- แน่นอนคนเรายิ่งอายุเยอะก็ยิ่งต้องสมควรเก็มหอมรอมริบไว้บ้าง เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินไหนจะครอบครัว ภรรยาและลูกๆ อีก ดังนั้นส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากขึ้น เราสมควรจะลดสัดส่วนที่จะมาลงทุน ไม่ว่าแบบใด ให้น้อยลงนะครับหรือบางคนชอบ เทหน้าตักก็แล้วแต่ศรัทธา
- สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงเสมอคือ เรื่องของสุขภาพทั้งทางกายและทางใจครับ ยิ่งเรามีสุขภาพที่ดีก็จะได้ทำอะไรได้สะดวกครับ เพราะฉะนั้นต้องใส่ใจอย่างน้อยถ้าไม่ออกกำลังกายก็ต้องเลือกกินอาหารให้ถูกหลักตามที่ร่างกายแต่คนควรได้รับ ( บางคนเลือกเวลานอนไม่ได้ ผมเลยไม่ขอพูดถึง )
- จำไว้เลยว่าสิ่งที่ราคาแพงที่สุดในโลก คือ เวลา ครับ จำไว้ให้ดีเลย ^^ ส่วนใครจะคิดอย่างอื่นก็แล้วแต่นะครับ ผมไม่ขัดศรัทธา
สรุป ถ้าเรายังไม่มีภาระใดๆก็สามารถลงทุนได้แบบเทหน้าตัก รักหมดใจ ( แบบผมนี้ไง ) แต่ผมเหลือเงินสำรองไว้ส่วนนึงนะครับ ^^ ( เผื่อเที่ยว อิๆ )
2.ทัศนคติ(ความถนัด)
นั้นหมายถึงนิสัย การวิเคราะห์ของเราครับ ว่าเราเป็นถนัดด้านไหน ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆคือ
2.1 การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
2.2 การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ตัวนี้ผมไม่ขอพูดถึงแล้วกัน ผมเชื่อว่าเพื่อนๆทุนคนเมื่อมีความสนใจในด้านการลงทุนแล้วยอมต้องมีหมั่นเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างแน่นอน ดังนั้นอันนี้ทางใครทางมันครับแล้วแต่ถนัด แต่ผมซึ่ง เป็น"มือใหม่หัดขับ" เรียกว่าป้ายแดงไม่มีใบขับขี่เลยก็ยังได้ ผมถนัดทางเทคนิค มากกว่าแต่ผมก็ดูปัจจัยพื้นฐานซึ่งจะเน้นในเรื่องของ Growth และรูปแบบสินค้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเป็นหลัก ก็แล้วแต่คนถนัด ผมเลือกหุ้นจากพื้นฐาน หาจังหวะเข้าจากเทคนิคครับ ( Timing ) ^^ ปล.ผมสายผสม
3.แนวโน้มการลงทุน ( นิสัย )
พูดง่ายๆก็คือ วิธีการเล่นครับ เราชอบถือยาว หรือถือสั้น หรือเป็นแบบเห็นหุ้นแดง ต้นทุนติดลบแล้วใจสั่นๆแบบ ( ผมรึป่าว อิๆ ) ว่ากันไปครับ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแบบไหนน๊ะครับ ให้มองของการกระทำของเราเป็นหลัก เพราะปกติคนเราชอบคิดว่า ตัวเองเก่งแบบ Warren Buffet หรือคนดังๆ แต่จิงๆไม่เลย เชื่อผมสิว่าไม่เลยน้อยคนมากที่จะทำแบบนั้นได้
ดังนั้นเราจึงต้องเลือกหุ้นให้เข้ากับนิสัยเรา อย่างผมเป็นพวกใจร้อน ( แต่ไม่ขนาดซื้อมาขายไปวันเดียวน๊ะ ) แต่ค่อนข้างจะมั่งคงหน่อย คือ ใจมันร้อนแต่สมองมันยังนิ่งอะครับ ผมจะเป็นพวกเล่นเป็นรอบๆไป ยกเว้นตัวไหนที่มันไปแน่ๆ พวกที่มันเขียวตั้งแต่วันแรกที่ซื้อแล้วก็ขึ้นไปเรื่อยๆนี้ ผมไม่ขายนะครับ ขี้เกียจมาดูรอบมัน ^^ ( แต่ประสบการณ์ผมยังน้อยไม่รู้จะโดนใจท่านทั้งหลายบ้างไหม
สุดท้ายถ้าท่านทั้งหลายเล่นแล้วได้กำไรก็คงมีความสุข ถ้าขาดทุนก็คงเซ็งไปตามๆกัน แต่ผมไม่รู้แปลกคนอะป่าว ผมชอบดูหุ้น ศึกษาหุ้นดูไปเรื่อยๆผมว่ามันมีความสุขดีน๊ะ ^^ ( แต่ตอนนี้ผมยังไม่ขาดทุนน๊ะ ถึงจะโดนไปหลายดอกก่อนกลับมาได้ )
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)