วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

SK FaitH ปี 2 วันที่ 55 ( " AKR " : บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) )

"Yon can't Predict , You can Prepare"

"Plan Before Trade and Trade Your Plan"

"Focus on Process To Develop Your Way"

"คิดแล้วต้องทำ ก่อนทำต้องคิด"


_______________________________________

สรุปข้อมูลจากการอ่านข้อมูลบริษัท "" AKR " : บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) : อุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าและวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง



1.) ความเห็นส่วนตัว

- เรื่อง Know-how ของบิรษัท น่าสนใจ ทั้งยังเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงรายแรกของประเทศ
- บริษัทฯเพิ่มทุนบ่อยนะคับ
- ผลดำเนินงานปกติค่อนข้างดี แต่รู้สึกบริษัทย่อยจะถ่วงมาเลยนะคับ - -*
- แนะนำให้อ่านงบการเงินโดยละเอียด
- ปี 56 มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้นะคับ ^^ 400 กว่าล้าน

* สรุปเบ็ดเตล็ดอื่นหรือจุดที่น่าสนใจ *

- มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ผลิตเองและเป็นรายแรกที่หม้อแปลงได้รับรอง มาตรฐาน มอก.
- วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย คือ ลวดทองแดง เหล็กซิลิคอน น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า เหล็กผลิตตัวถัง หางปลา ทองแดงแผ่น Coil Cast Resin และอุปกรณ์ต่างๆ มีทั้งที่จัดซื้อจากในประเทศและต่างประเทศ
- บริษัทย่อยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานติดต่อกันมาหลายปีจนทำให้มีผลขาดทุนสะสมเกินทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2556 และ พ.ศ.2555 มี จำนวน 194.13 ล้านบาท และ จำนวน 492.31 ล้านบาท ตามลำดับ

2.) ประวัติความเป็นมาและลักษณะธุรกิจ

- ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท(ในขณะนั้น) โดยทางบริษัทฯได้เริ่มประกอบกิจการด้วยพื้นที่เพียง 1 ไร่ เพื่อทำการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
- ปี 37 เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทใน ตลาดหลักทรัพย์

ปัจจุบันบริษัทฯสามารถจำแนกผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯได้เป็น 3 ประเภท คือ
1) ผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย(Distribution Transformer) โดยบริษัทฯเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่มีกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 1 kVA ถึง 30,000 kVA ทั้งชนิดแบบน้ำมันและแบบแห้ง รวมทั้งส่วนประกอบหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
2) งานบริการ ได้แก่ งานบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย และงานบริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า โดยบริษัทฯมีศูนย์บริการและขายจำนวน 10 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ
3) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) โดยบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ 0.627 เมกกะวัตต์ต่อปี และได้รับการสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) เป็นระยะเวลา 10 ปี

นอกจากนี้บริษัทย่อยของบริษัทฯ คือบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยมีกำลังการผลิตปีละ 12 เมกะวัตต์ รวมทั้งยังสามารถผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 25 เมกกะวัตต์ต่อปี เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัทย่อยเอง และเพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป



- ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและบริการซ่อมบำรุงรักษา รับออกแบบติดตั้งรวมทั้งก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย
ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย(Distribution Transformer) โดยหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายของบริษัทฯ มีการจำหน่ายทั้งในประเทศและมีการส่งออกเพื่อไปจำหน่ายยังต่างประเทศทั้งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย โดยหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่บริษัทฯผลิตมีขนาดกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 1 kVA ถึง 30,000 kVA และมีค่าแรงดันไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 36 kV โดยบริษัทฯได้รับการรับรองระบบการจัดการตามมาตรฐาน ISO 9001 ISO 14001 และใบรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001:1999 ตลอดจนประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพอื่นๆ จากสถาบันรับรองคุณภาพหลายแห่งซึ่งต่างให้การรับรองในมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่ผลิตโดยบริษัทฯ

บริษัทฯดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายและส่วนประกอบหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายเท่านั้น โดยไม่ได้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบกำลัง

3.) โครงสร้างผู้ถือหุ้นและบริษัท , Market Cap , การดำเนินงาน



ผู้ถือหุ้น



โครงสร้าง



- รายได้แต่ละธุรกิจ





- งบการเงิน , สภาพคล่อง





- อัตราส่วนการเงิน



- กระแสเงินสด



4.) วิสัยทัศน์และพันธกิจ

วิสัยทัศน์

เป็นองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ในภูมิภาคอาเซียน

พันธกิจ

พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและอยู่เหนือความคาดหวังของลูกค้า
ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล
พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ศีลธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

คำนิยม

ที่ปฏิบัติเป็นประจำ เป็นปกติจนเป็นวัฒนธรรมของ AKR ได้แก่
สร้างความพึงพอใจต่อลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีโดยมีระบบงานและบุคลากรที่มีคุณภาพ
ซื่อสัตย์ จริงใจต่อลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้อง
บริหารจัดการโดยอาศัยข้อมูลรอบด้านที่ถูกต้องและทันสมัย
เรียนรู้ พัฒนาตนเอง ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
รู้งาน รักงาน เสียสละ สามัคคี และทำงานเป็นทีม
มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั่วทั้งองค์กร เคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ร่วมอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม
รับผิดชอบต่อชุมชนรอบข้างและร่วมสร้างสังคมที่ดี

5.) ลักษณะผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้า

- โรงงานขนาดใหญ่หรือธุรกิจบริการขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าระบบกำลังขนาดกลางหรือหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายเอง โดยรับซื้อกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงจากทางการไฟฟ้าโดยตรง ทั้งนี้เพื่อลดความเสียหายของระบบส่งไฟฟ้าของทางการอันเนื่องมาจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมาก ข้อดีของการรับกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง นอกจากจะลดต้นทุนค่ากระแสไฟฟ้าต่อหน่วยแล้ว ความสม่ำเสมอของแรงดันไฟฟ้าก็มีมากกว่าด้วย ทำให้โอกาสที่จะเกิดความสูญเสียของการผลิตหรือบริการอันเนื่องจากแรงดันไฟฟ้าตกมีน้อยกว่าการรับกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำจากสายจ่ายแรงดันต่ำทั่วไป

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
(1) หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
•ผู้รับเหมารายใหญ่
•ผู้รับเหมาขนาดกลางถึงเล็ก
•เจ้าของโครงการ
•กลุ่มอาคารสูง
•กลุ่มผู้รับเหมาที่เข้าร่วมประมูลงานปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงมีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าอาคารต่างๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายแบบน้ำมันมาเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายแบบแห้ง ดังนั้นทางบริษัทฯ จะติดตามข่าวการประกวดราคางานปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง และเสนอราคาหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายแบบแห้งให้กับผู้รับเหมาที่เข้าร่วมประมูลงานดังกล่าว โดยมีการประสานงานกับผู้รับเหมาที่เข้าร่วมประมูลงานทั้งในด้านกระบวนการออกแบบ การเสนอราคา การทดสอบ และการตรวจรับงาน
•กลุ่มที่มีปัญหาการระเบิดของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายและมีการซื้อทดแทน บริษัทฯ จะจัดทำแผนเพื่อรองรับการระเบิดของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายของคู่แข่งซึ่งจะมีอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งจะมีการทำบัญชีผู้รับผิดชอบดูแลอาคารต่างๆทั่วประเทศ แล้วนำเสนอต่อลูกค้าทราบว่า หากหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายระเบิดจะติดต่อได้อย่างไรเพื่อบรรเทาความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะนำไปสู่การขายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายเครื่องใหม่
•กลุ่มอาคารใหม่
ทั้งนี้ลูกค้าหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายรายใหญ่ในประเทศของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ส่วนลูกค้าภาคเอกชนก็จะเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง โดยกลุ่มลูกค้าหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายของบริษัทฯ ในปี 2556 จะเป็นลูกค้าเอกชน ลูกค้าราชการและรัฐวิสาหกิจ และลูกค้าต่างประเทศ เท่ากับ 1,202.56 285.88 และ 178.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 72.15 17.16 และ 10.69 ตามลำดับ

(2) งานบริการ
•กลุ่มลูกค้าภาคเอกชนที่มีหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายใช้อยู่แล้ว โดยบริษัทฯ มีการรับประกันการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายของบริษัทฯ เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งเมื่อหมดระยะเวลาประกันแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงใช้งานบริการของบริษัทฯ ต่อ สำหรับในส่วนของการซ่อมบำรุงหม้อแปลงไฟฟ้ายี่ห้ออื่น บริษัทฯ จะใช้ความได้เปรียบจากการที่มีศูนย์บริการและขายที่มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ เข้าไปเสนองานให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าแก่ลูกค้า ทั้งนี้บริษัทฯ สามารถเสนอขายงานบริการระบบไฟฟ้าร่วมกับการเสนอขายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย และงานบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย เช่น งานรับจ้างตรวจเช็คตู้ MDB (Main Distribution Board) งานรับเหมาระบบไฟฟ้าแรงดันสูง-แรงดันต่ำ เป็นต้น
•กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องมีหนังสือรับรองความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าภายในโรงงาน เนื่องจากกฎระเบียบของทางราชการได้กำหนดให้โรงงานต้องมีหนังสือรับรองความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าภายในโรงงาน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่จะขยายการขายงานบริการตรวจเช็คระบบไฟฟ้า และงานที่ปรึกษาการอนุรักษ์พลังงานทั้งอาคารควบคุม (ปพอ.86) และโรงงานควบคุม (ปพร.56)
•กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการขายงานบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่ใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
•ส่วนงานราชการ บริษัทฯ จะเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยกับหน่วยงานราชการในทุกๆ ปี โดยในปี 2550 บริษัทฯ ได้รับงานโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย 3 สถานี ได้แก่ สถานีไฟฟ้าวิหารแดง สถานีไฟฟ้าหนองใหญ่ และสถานีไฟฟ้าไทรโยค โดยบริษัทฯ คาดว่าจะเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยอีกในปีถัดๆ ไป

นโยบายด้านราคา
(1) หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
ในการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย บริษัทฯ จะกำหนดราคาในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งโดยจะอาศัยคุณภาพผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการบริการหลังการขายเป็นจุดขาย การกำหนดราคาจะใช้เกณฑ์ต้นทุนวัตถุดิบบวกต้นทุนการผลิตบวกต้นทุนการขายและบริหารบวกส่วนอัตรากำไรที่ต้องการ ทั้งนี้อัตรากำไรที่ต้องการจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์กับลูกค้า ปริมาณการสั่งซื้อ และกำลังการผลิตที่มีอยู่ในนั้น เป็นต้น
(2) งานบริการ
ในการกำหนดราคางานบริการ บริษัทฯ จะกำหนดราคาในระดับที่เหมาะสมซึ่งจะมีราคาใกล้เคียงกับราคาของคู่แข่งขัน โดยจะเน้นในเรื่องคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการ เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าระยะยาว ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเสนอขายงานบริการ และผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัทฯ ได้



6.) จุดเด่นของบริษัทและกลยุทธ์ทางการตลาด

ดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยม “รักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์และซื่อสัตย์ต่อลูกค้า”

บริษัทฯมุ่งเน้นการจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่มีคุณภาพสูง



- เป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายแรกที่ได้การรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.384-2524 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย ซึ่งทำให้บริษัทฯได้พัฒนาหม้อแปลงไฟฟ้าให้มีคุณภาพสูงสุดใน เป็นที่ยอมรับและให้ความไว้วางใจจากลูกค้าทุกระดับทั้งภาคเอกชน และ ภาครัฐบาล
- การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของ เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) มุ่งเน้นไปที่คุณภาพทางด้าน ความทนทานของหม้อแปลงไฟฟ้า และ จำนวน KVA.ที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ทางผู้บริหารของเอกรัฐฯได้ยึดมั่นในหลักการรักษาคุณภาพมาโดยตลอด จนสามารถสร้างความเชื่อถือ และ ยอมรับในด้านคุณภาพของหม้อแปลงไฟฟ้าที่ผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้า “เอกรัฐ” จนถึงปัจจุบัน

ศูนย์บริการหลังการขาย

นอกจากการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าให้มีคุณภาพสูงที่สุดแล้ว ทางบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขาย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะเราตระหนักว่าการบำรุงรักษาหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมาก เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานไม่ควรมองข้าม หม้อแปลงไฟฟ้าจะทำงานอยู่กับเราตราบนานเท่านาน หากเรารู้จักดูแลและใช้งานให้ถูกวิธี
“เอกรัฐ” เป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายเดียวในประเทศไทยที่ลงทุนตั้งศูนย์บริการของตนเองขึ้นมามากกว่า 10 แห่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการ ทั้งกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินหรือสภาวะการบำรุงรักษาปรกติ
ศูนย์บริการทุกแห่งสามารถให้การบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับมีหม้อแปลงไฟฟ้าสำรองให้ท่านใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ศูนย์บริการทั้งหมดของบริษัทฯ มีตามรายละเอียดด้านล่าง



7.) ภาพรวมการบริหารจัดการ

-

8.) การจัดการความเสี่ยง , ภาวะตลาด ต้นทุน การแข่งขัน



- ความเสี่ยงในการพึ่งพาลูกค้าหม้อแปลงระบบจำหน่ายเฉพาะราย
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
- ความเสี่ยงจากคุณภาพวัตถุดิบในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากรที่มีความชำนาญในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
- ความเสี่ยงจากการรับซื้อพลังงานของภาครัฐ
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- ความเสี่ยงเนื่องจากการเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

9.) รวมข้อมูลบทวิเคราะห์จากมุมมองต่างๆ

10.) กราฟหุ้น


_______________________________________


Money Management - เปลี่ยนไปเป็นระบบ Step By Step Position Sizing - Low Risk Trade

WATCH LIST - ADVANC BGH BJC CPALL CPN QTC TISCO TVI

SET



หุ้นน่าสนใจรอการกลับตัว
IFEC
ระบบที่ 1 คือ กลับตัว
1.
ระบบที่ 2 คือ มาแรงไปตามเทรน
2.
ระบบที่ 3 คือ ย่อตัวขาขึ้น
3.

มาดูหุ้นในพอร์ทกันบ้างครับ

ASP



JAS



SCP

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

SK FaitH ปี 2 วันที่ 55 ( " AKP " : บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) )

"Yon can't Predict , You can Prepare"

"Plan Before Trade and Trade Your Plan"

"Focus on Process To Develop Your Way"

"คิดแล้วต้องทำ ก่อนทำต้องคิด"


_______________________________________

สรุปข้อมูลจากการอ่านข้อมูลบริษัท " AKP " : บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) : อุตสาหกรรมกำจัดขยะอตุสาหกรรม



1.) ความเห็นส่วนตัว

- ผมยังไม่เข้าใจการได้มาของรายได้เท่าไหร่ ต้องศึกษาเพิ่ม - -*

* สรุปเบ็ดเตล็ดอื่นหรือจุดที่น่าสนใจ *
- เตาเผาขยะอุตสาหกรรมจำเป็นที่จะต้องใช้ก๊าชธรรมชาติเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเริ่มเดินเครื่อง (Start Up) และการเผาไหม้ โดยเฉพาะการเผาไหม้เพื่อการกำจัดของเสียอันตรายและก๊าซเสียนั้น จะต้องใช้ระยะเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์และเพื่อที่จะทำให้คุณภาพอากาศที่ปล่อยออกสู่ภายนอกไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

2.) ประวัติความเป็นมาและลักษณะธุรกิจ

- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2551 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 110 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 11 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบธุรกิจในการบริหารและประกอบการศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จังหวัดสมุทรปราการ (“ศูนย์ฯ”) ซึ่งจัดสร้างโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมูลค่าโครงการรวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1,408 ล้านบาท
- ถือหุ้นใหญ่โดย BWG ( มหาชน )

บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เป็นผู้ได้รับสิทธิเข้าบริหารและประกอบการศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จังหวัดสมุทรปราการ (“ศูนย์ฯ”) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเวลา 20 ปีนับแต่วันลงนามในสัญญา คือ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2571 และมีสิทธิขอให้ต่ออายุสัญญาได้อีก โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจัดสร้างขึ้นเพื่อกำจัดของเสียจากโรงงานหรือกิจการอื่นๆ ที่ได้รับการเห็นชอบจากผู้ให้ใช้สิทธิด้วยการเผาทำลายด้วยอุณหภูมิสูง โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะ “ผู้ให้ใช้สิทธิ” และบริษัท อัคคีปราการ จำกัด ในฐานะ “ผู้ได้รับสิทธิ” ได้ร่วมลงนามในสัญญาให้ใช้สิทธิดำเนินการบริหารและประกอบการศูนย์ ซึ่งตามคำจำกัดความ “การบริหารและประกอบการ” ของสัญญาดังกล่าว ทำให้บริษัทสามารถบริหารและประกอบการธุรกิจได้ดังนี้

1) การเดินระบบเตาเผาขยะอุตสาหกรรม
2) การวางแผนดำเนินงาน การบริหารงานศูนย์ การจัดหาบุคลากร การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร รถยนต์จากขนส่งของเสีย และอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินงานเพิ่มเติมทรัพย์สินเดิมที่ผู้ให้ใช้สิทธิได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว
3) การขนส่งของเสีย
4) การทำ Waste Blending การเผาของเสีย การกำจัดเถ้า
5) การดำเนินการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของศูนย์ การหาลูกค้าหรือผู้ใช้บริการและการเรียกเก็บค่าบริการ
6) การปฏิบัติตามมาตรการการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะดำเนินการที่ระบุในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment :EIA) ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
7) การปฏิบัติตามสัญญา/ ข้อกำหนด/ ระเบียบ/ ข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบริหารและประกอบการศูนย์ฯ รวมทั้งการใดๆอันจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่ผู้ให้ใช้สิทธิมีความเห็นชอบ

ในการบริหารและประกอบการธุรกิจเตาเผาขยะอุตสาหกรรมตามสิทธิของสัญญาสัมปทานของบริษัทนั้น สามารถให้บริการเผาขยะอุตสาหกรรม ดังนี้

1) ของเสียหรือวัสดุไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วย วัตถุอันตราย
2) ของเสียตามที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA)
3) มูลฝอยติดเชื้อตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข



4) ของเสียอื่นใดที่ผ่านกระบวนการ Waste Blending มาแล้วหรือของเสียที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยบริษัทเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการและมอบผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (“กรมโรงงานอุตสาหกรรม”) ดังนี้

1) ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงินปกติ เป็นจำนวนเงินตามที่บริษัทเสนอแก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่กำหนดไว้ตามสัญญาฯ
2) ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงิน (เพิ่มเติม) ตามสัญญา โดยอัตราดังกล่าวจะคำนวณจากรายได้ของค่าบริการกำจัดของเสียตามเกณฑ์การออกแบบที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด ได้แก่ ค่าบริการเผาทำลายของเสีย และค่าบริการในกรณีที่มีการลงทุนเพิ่มเติม เป็นต้น
3) ผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติม (พิเศษ) โดยผู้ได้สิทธิจะชำระตามประเภทและอัตราที่กำหนดไว้ตามสัญญา โดยคำนวณจากรายได้ตามประเภทในแต่ละปีดังต่อไปนี้

-รายได้ปริมาณของเสียที่รับเข้ามากำจัดเกินจากปริมาณส่วนที่เกิน 1,440 ตันต่อเดือน
-รายได้จากการทำ Waste Blending
-รายได้ค่าบริการขนส่งของเสีย
-รายได้จากการบริการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์

- ให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วยวิธีการเผาทำลายที่ไร้มลพิษรวมถึงการวิจัยและพัฒนาเพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมมากขึ้นในทุกภูมิภาค

3.) โครงสร้างผู้ถือหุ้นและบริษัท , Market Cap , การดำเนินงาน



ผู้ถือหุ้น



โครงสร้าง



- รายได้แต่ละธุรกิจ



- งบการเงิน , สภาพคล่อง





- อัตราส่วนการเงิน



- กระแสเงินสด



4.) วิสัยทัศน์และพันธกิจ



5.) ลักษณะผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้า

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

บริษัทได้มีการจัดกลุ่มผู้ใช้บริการเป้าหมาย โดยแบ่งตามประเภทอุตสาหกรรม ดังนี้
1. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัสดุเคมี
2. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตยางเรซินสังเคราะห์ พลาสติก
3. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสี น้ำมันชักเงา เชแล็ก แล็กเกอร์
4. โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
5. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
6. โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับรถยนต์

7. โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ
8. กลุ่มของเสียที่เกิดจากภาคเกษตรกรรม
9. ของเสียจากกลุ่มโรงงานในเขตอาเซียนที่ต้องส่งมากำจัดเผาทำลายในประเทศไทย (ปัจจุบันยังไม่มีลูกค้ากลุ่มนี้ แต่จะดำเนินการติดต่อกลุ่มลูกค้าดังกล่าวในอนาคต)

บริษัทมีนโยบายการกระจายรายได้ของลูกค้าทั้งด้านทำเลที่ตั้ง และประเภทอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ โดยในอนาคต บริษัทมีนโยบายในการขยายฐานลูกค้าไปยังโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมให้มากขึ้น

- ได้รับสิทธิเข้าบริหารและประกอบการศูนย์บริหาร จัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ("ศูนย์ฯ") จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเวลา 20 ปีนับแต่วันลงนามในสัญญา คือ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2571 และมีสิทธิขอให้ต่ออายุสัญญาได้อีก 10 ปี

6.) จุดเด่นของบริษัทและกลยุทธ์ทางการตลาด

- ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับ



7.) ภาพรวมการบริหารจัดการ

8.) การจัดการความเสี่ยง , ภาวะตลาด ต้นทุน การแข่งขัน



- ความเสี่ยงจากอัตราการปรับตัวของราคาก๊าชธรรมชาติ
- ความเสี่ยงจากผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม
- ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง
- ความเสี่ยงกรณีเกิดวินาศภัยกับระบบและโครงสร้างต่างๆ ภายในศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม(เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จังหวัดสมุทรปราการ (“ศูนย์ฯ”)
- ความเสี่ยงจากการถูกบอกเลิกสัญญาสัมปทาน
- ความเสี่ยงจากการไม่สามารถต่ออายุของสัญญาสัมปทาน

9.) รวมข้อมูลบทวิเคราะห์จากมุมมองต่างๆ

-

10.) กราฟหุ้น



_______________________________________


Money Management - เปลี่ยนไปเป็นระบบ Step By Step Position Sizing - Low Risk Trade

WATCH LIST - ADVANC BGH BJC CPALL CPN QTC TISCO TVI

SET



หุ้นน่าสนใจรอการกลับตัว
IFEC
ระบบที่ 1 คือ กลับตัว
1.
ระบบที่ 2 คือ มาแรงไปตามเทรน
2.
ระบบที่ 3 คือ ย่อตัวขาขึ้น
3.

มาดูหุ้นในพอร์ทกันบ้างครับ

ASP



JAS



SCP